การปลูกกระดูกเพื่อรากฟันเทียม

.

จากการทำเคสมาหลายเคส ก็จะมีคนไข้หลาย ๆ ท่าน ที่มักจะมีคำถามเหมือนกันเสมอ ๆ นั่นก็คือ “ปลูกกระดูก” ซึ่งวันนี้ผมจะมาให้ความรู้ในเรื่องนี้ครับ โดยผมจะแจงปัญหาข้อสงสัย รวบรวมและตอบเป็นข้อ ๆ ดังนี้
(เพื่อไม่ให้ผู้อ่านตกใจเกินไป ผมขอใช้รูปอนิเมชั่นประกอบการอธิบายนะครับ ส่วนรูปเคสจริงถ้าอยากเห็น สามารถแอดไลน์เพื่อขอดูเคสที่ผ่านมาของผมได้ครับ)

เพิ่มเพื่อน

1.ปลูกกระดูกคืออะไร

2. ทำไมต้องปลูกกระดูก

3. กระดูกทดแทน มีกี่ชนิด

4. การปลูกกระดูกมีกี่วิธี

5. ปลูกกระดูกราคาเท่าไหร่

6. ขั้นตอนการปลูกกระดูก และระยะเวลาการรอ

.

  1. ปลูกกระดูกคืออะไร?
    การปลูกกระดูก คือการทดแทนกระดูกที่สูญเสียไป ด้วยวัสดุกระดูกเทียมชนิดต่างๆ หรือกระดูกของคนไข้เอง หากจะพูดให้เห็นภาพ ก็เปรียบเสมือนการที่เราจะฝังเสาสักต้นลงไปในดิน แต่ดินไม่เพียงพอ เสาก็อาจจะล้มได้ ดังนั้นก็ต้องมีการเติมดินเพิ่มเติมนั่นเองครับ

    การปลูกกระดูกเพื่อรากฟันเทียม (bone graft)
  2. ทำไมต้องปลูกกระดูก?
    ปกติแล้วฟันเราจะฝังอยู่ในกระดูกเบ้าฟัน ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการถอนฟันเนื่องจากสาเหตุใดก็ตาม กระดูกจะมีการ re-modeling หรือการเพิ่มพูนและสลายเกิดขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการสลายของกระดูกเบ้าฟันมากกว่า และหากปล่อยไว้นานๆ กระดูกบริเวณที่ถอนฟันไปแล้วนั้น จะฝ่อตัวหรือยุบตัวลงไปเรื่อยๆ นั่นเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมจึงต้องมีการปลูกกระดูกเยอะน้อยแตกต่างกัน เพราะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ถอนไปนั่นเอง
  3. กระดูกทดแทน มีกี่ชนิด กี่วิธี
    ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถทำให้เราสรรหากระดูกที่นำมาทดแทนได้อย่างหลากหลาย แต่โดยหลักๆแล้ว กระดูกทดแทนจะมีทั้งหมด 3 ชนิดใหญ่ๆ นั่นก็คือ
    – กระดูกจากคนไข้เอง (autograft) คือการผ่าตัดเก็บกระดูกจากบริเวณอื่นของคนไข้เอง มาปลูกในส่วนที่จะฝังรากฟันเทียม ข้อดีคือ เป็นกระดูกของคนไข้เอง มีเซลล์ของตัวเอง ร่างกายยอมรับแน่นอน แต่ข้อเสียคือคนไข้อาจจะมีแผลหลายตำแหน่ง ซึ่งตำแหน่งที่นิยมเก็บมา ก็คือกระดูกขากรรไกรบริเวณฟันคุด และคาง เป็นต้น การเก็บกระดูกในลักษณะนี้ จะสามารถเก็บมาได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น เป็นชิ้น (block bone graft) หรือเป็นผง (particulated) เป็นต้น

    บริเวณที่นิยมเก็บกระดูกเพื่อนำมาปลูกกระดูก Block Bone Grafting: Donor Areas
    การปลูกกระดูกแบบชิ้น กรณีเก็บมาจากคาง
    การเก็บกระดูกแล้วนำมาบดเพื่อใช้งานในแบบผง

    – กระดูกจากสิ่งมีชีวิตสปีชีส์เดียวกัน หรือเรียกง่ายๆว่า กระดูกจากคนอื่น (Allograft) ได้ยินแบบนี้แล้วไม่ต้องตกใจกลัวนะครับ เนื่องจากกระดูกที่ทางบริษัทได้เก็บจากผู้บริจาค จะผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อ และสเตอร์ไรด์อย่างดีครับ ออกมาเป็นแพ็คเกจที่สวยงามให้ทางเราได้เลือกซื้อกันมากมายหลายยี่ห้อ ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนไข้ที่กลัวการผ่าตัดหลายตำแหน่งครับ

    ตัวอย่างกระดูกยี่ห้อ SureOss ซึ่งเป็นชนิด allograft

    – กระดูกจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น (Xenograft) ได้ยินแล้วไม่ต้องตกใจเหมือนกันนะครับ เพราะกระดูกจากสัตว์เหล่านี้ จะผ่านกรรมวิธีปลอดเชื้อ และเนื่องด้วยกรรมวิธียุ่งยากขึ้นจึงทำให้ราคาของกระดูกชนิดนี้สูงขึ้นตามไปด้วย แต่ข้อดีของกระดูกชนิดนี้คือ ละลายหายไปช้า ทำให้เป็นตัวเลือกแรกๆของหมอที่จะทำการปลูกกระดูกหากจะต้องปลูกในปริมาณเยอะๆ เพื่อคงปริมาณของกระดูกที่ปลูกไว้ให้ได้นาน จนกว่ากระดูกจริงของคนไข้จะสร้างขึ้นนั่นเองครับ

    Bio-oss เป็น Xenograft ที่นิยมใช้กันอย่างมากทั่วโลก แต่ราคาก็สูงมากเช่นกัน

    A-Oss จากทางฝั่งเกาหลี ก็เป็นที่นิยมเช่นกันครับ

4. การปลูกกระดูกมีกี่วิธี
การปลูกกระดูกมีหลายวิธีอย่างมาก แต่ในที่นี่ผมจะขอยกเอาวิธีหลักๆ ที่มักจะใช้บ่อยๆ ในการผ่าตัดฝังรากเทียมครับ
– การปลูกกระดูกเพื่อเพิ่มความหนา (Guided bone regeneration; GBR) คือการปลูกกระดูกด้านข้าง สามารถใช้กระดูกหลากหลายชนิดตามที่กล่าวไว้ในข้อ 3 และมีเทคนิคย่อยๆอีกมากมาย

GBR หรือการปลูกกระดูกเพื่อเพิ่มความหนาทางด้านข้างรากฟันเทียม

– การปลูกกระดูกแบบชิ้นเพื่อเพิ่มความหนาหรือความสูง (Block graft) ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้อ3 คือการเก็บกระดูกมาเป็นชิ้น ปลูกแบบชิ้นนั่นเอง ดังนั้นหมายถึงกระดูกที่นิยมนำมาใช้ในการปลูกกระดูกชนิดนี้คือ กระดูกจากคนไข้เองนั่นเองครับ

การปลูกกระดูกแบบชิ้นโดยใช้กระดูกจากขากรรไกรคนไข้เอง

– ปลูกกระดูกในไซนัส เพื่อเพิ่มความสูง (Sinus lift) โดยปกติฟันหลังบน จะมีความเกี่ยวข้องกับโพรงอากาศข้างจมูก หรือที่เราเรียกว่าไซนัส คือถ้าไซนัสกว้าง หรือย้อยลงมาจนทำให้ความสูงของกระดูกในฟันหลังบน ไม่พอที่จะฝังรากฟันเทียม เราจำเป็นต้องทำการปลูกกระดูกในไซนัส เพื่อให้กระดูกสูงขึ้น และไม่เกิดการหลุดของรากเทียมเข้าไปในไซนัสนั่นเองครับ ซึ่งชนิดของกระดูกที่จะนำมาปลูก ก็สามารถเลือกได้หลากหลายเช่นกันครับ แต่โดยส่วนตัวผมจะเลือกใช้กระดูกที่ละลายช้า เพื่อผลที่ดีที่สุดครับ

การปลูกกระดูกในโพรงอากาศข้างจมูก หรือ sinus lift

.
5. ปลูกกระดูกราคาเท่าไหร่

เรื่องราคาต้องขอบอกเลยครับว่ามีความหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับชนิดของกระดูก ปริมาณที่ใส่ว่าเยอะหรือน้อยแค่ไหน เพราะอย่างที่บอกครับ ว่ากระดูกมีราคาสูงมาก ซึ่งนำเข้าทั้งนั้นครับ และขึ้นอยู่กับความยากง่ายด้วยครับ ดังนั้นการจะประเมินราคาการปลูกกระดูก จำเป็นจะต้องใช้การเอกเรย์ หรือ CT-SCAN ช่วยครับ แต่โดยทั่วไป การปลูกกระดูกจะอยู่ที่
– GBR 6,000-15,000 บาท  
– Block graft / Sinus lift 10,000-30,000 บาท
(ราคาขึ้นอยู่กับคุณหมอแต่ละท่าน แต่ละคลินิก)

.

 6. ขั้นตอนการปลูกกระดูก และระยะเวลาการรอ
ขั้นตอนการปลูกกระดูก ก็ขึ้นอยู่กับวิธีและชนิดของกระดูกเช่นกันครับ ต้องเอกเรย์ดูก่อนการผ่าตัดนะครับ โดยหลักๆ ก็จะขออธิบายเป็น 2 แบบดังนี้
– การปลูกกระดูกพร้อมกับการฝังรากฟันเทียมไปพร้อมกัน กรณีนี้ เมื่อเอกเรย์ดูแล้วหมอเห็นว่า คนไข้ยังพอมีกระดูกที่จะให้ยึดกับรากฟันเทียมให้แน่น แต่ยังไม่เพียงพอ ต้องมีการเติมแต่ไม่มาก อันนี้จะสามารถฝังรากเทียมพร้อมปลูกกระดูกได้เลยครับ คนไข้ส่วนใหญ่จะชอบวิธีนี้ เพราะผ่าตัดเดียว ใช้ระยะเวลารอเพื่อทำครอบหลังจากฝังรากฟันเทียมประมาณ 3-4 เดือนครับ 
– การปลูกกระดูกก่อน แล้วค่อยฝังรากฟันเทียมอีกรอบ กรณีนี้คือหมอเห็นแล้วว่ากระดูกน้อยมาก ไม่สามารถที่จะยึดรากฟันเทียมให้อยู่แน่นได้ ฝังไปอาจจะหลุดได้ จึงพิจารณาปลูกกระดูกก่อน เพื่อให้มีกระดูกพอแล้วถึงฝังรากฟันเทียมอีกรอบ กรณีนี้คนไข้ต้องได้รับการผ่าตัด 2 รอบครับ ระยะเวลาคือ ปลูกกระดูกแล้วรอไม่น้อยกว่า 6 เดือน แล้วมาฝังรากฟันเทียม แล้วรออีก 3 เดือนถึงจะทำครอบได้ครับ

.

หากมีคำถามหรือต้องการคำแนะนำ สามารถสอบถามโดยตรงกับคุณหมอพนมกรได้ที่
แอดไลน์ไอดี Line : @drphanomkorn (มี@นำหน้าด้วย) หรือสแกน QR Code ด้านล่างได้เลยครับ

.